วัดพุทธนานาชาติ
ออสติน
Wat Buddhananachat of
Austin
8105 Linden Rd.Del
Valle, TX 78617
Tel. (512)247-4298,
Fax : (512) 2474505
E-mail : wataustin@iirt.net
www.wataustin.iirt.net
ความเป็นมา
วัดพุทธนานาชาติ
ได้จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นกับทางการราชการมลรัฐเท็กซัส
เมื่อวันที่
4
สิงหาคม
2529
(ค.ศ.
1986)
โดยแถลงวัตถุประสงค์ของวัดฯ
พร้อมกับยื่นธรรมนูญของวัด
(By-Laws)
เสนอไปด้วย
ก่อนที่วัดนี้จะถือกำเนิดมา
คุณบัวพันธ์ เฮนเดอร์สัน
ได้วางโคงการสร้างวัดอยู่ถึง
8
ปี มาเมื่อ
พ.ศ.
2528
คุณบัวพันธ์ได้ปรึกษากับ
พระ ดร.ภิกขุวิเวกนันทะ
นาคสิริ
ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส
วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์
รัฐโคโลราโด ในที่สุดในวันที่
19
เมษายน
2529
(ค.ศ.
1986)
คุณบัวพันธ์และญาติมิตรได้นิมนต์
พระ ดร.ภิกขุวิเวกนันทะ นาคสิริ
พร้อมพระสงฆ์อีก
12
รูป ซึ่ง
ได้เดินทางมาจากประเทศไทยเพื่อมาดูงานพระศาสนาในสหรัฐอเมริกา
มีท่านพระครูปลัดวีระ ธมฺมวีโร วัดมหาพฤฒาราม
กรุงเทพฯ มหาวีโรภิกขุ
จากนครเดลฮี ณ ประเทศอินเดีย พระอาจารย์สงวน
จังหวัดสระบุรี พระมหาสุรเดช
วัดมหาพฤฒาราม พระนพเกตุ ธมฺมโร พระกนก กตสาโร
พระมหาภิรมย์ ธมฺมภิโร
แห่งวัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด
ได้ไปประชุมกัน ที่บ้าน
คุณบัวพันธ์และได้ตกลงกันสร้างวัดพุทธนานาชาติขึ้นมา
ในวันนั้นโดยคุณบัวพันธ์ได้เสนอจะถวายที่ดิน
ส่วนหนึ่งจำนวน
1
เอเคอร์ในผืนดินที่เป็นที่พักอาศัยของคุณบัวพันธ์เอง
เพื่อให้เป็น ที่ตั้ง วัด แรกเริ่มวัดฯ
มีเพียงเทรลเลอร์
1
หลัง
ตั้งอยู่ในที่ดินของคุณบัวพันธ์
เฮนเดอร์สัน
วัดตั้งอยู่ ณ
สถานที่เดิมมาเป็นเวลาประมาณ
1
ปี จึงได้ย้ายไปอยู่ในที่ดินอีกผืนหนึ่ง
ซึ่งอยู่ บนถนนเดียวกัน
( LINDEN RD)
กับสถานที่เดิม เมื่อวันที่
10
กรกฎาคม
2530
สถานที่ใหม่
นี้ มี ขนาด พื้นที่
5
เอเคอร์ คณะกรรมการบริหารชุดก่อตั้งวัดฯ
เป็นผู้ดำเนินการเลือกสรรที่ดินผืนนี้
โดยมี
คุณจำรัส
แม็คเฟียร์สัน และ คุณจินดา ดุลย์
(บุตรสาวคุณบัวพันธ์) เป็นผู้วางเงินล่วงหน้าและเซ็นสัญญาซื้อที่ดินแทนวัดไปก่อนจนกว่าวัดจะสามารถหาทุน
มาวางและทำสัญญาซื้อที่ดินผืนนี้และรับช่วงการผ่อนชำระค่าที่ดิน
ต่อจากคุณจำรัสและคุณจินดา
วัดได้จ่ายเงินซื้อและรับโอนที่ดินในเดือนมิถุนายน
ในปี
พ.ศ.
2532
ในปัจจุบันวัดได้จ่ายค่าที่ดินหมดแล้ว
พระภิกษูที่จำพรรษาประจำวัดพุทธนานาชาติ
เมื่อก่อนจะตั้งวัดนี้ขึ้นมา คุณบัวพันธ์
และ
คุณบัวศรี แก้วกนก
(กรรมการบริหารวัดฯ
ผู้หนึ่งใน คณะกรรมการบริหารชุดแรก)
ได้หารือกับทางวัดพุทธวราราม
นครเดนเวอร์ เกี่ยวกับ การสรรหา
พระภิกษุมาจำพรรษา พระมหาภิรมย์
ธมฺมาภิรโต กับพระกนก กตสาโร
แห่งวัดพุทธวราราม ได้ทำการ ติดต่อทาบทามพระ
และในที่สุดได้นิมนต์พระภิกษุจากประเทศไทยมาจำพรรษาอยู่
ณ วัดพุทธนานาชาติ
2
รูป คือ
พระมหาสมคิด วีรปญฺโญ
วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ
และ
พระถม ญาณธโร
(ติสระ) วัดชลเฉลิมเขต จังหวัดนราธิวาส
พระมหาสมคิดอยู่จำพรรษาได้ประมาณ
6
เดือนก็เกินทางกลับประเทศไทย พระถม ได้ติดต่อ
ผ่านทางวัดพุทธวราราม
และได้นิมนต์
พระชุ่ม สมาจาโร
(นะมาเส)
วัดชลเฉลิมเขต จังหวัดนราธิวาส
มาอยู่จำพรรษาแทนพระมหาสมคิดตั้งแต่วันที่
10
กรกฎาคม
2530
พระชุ่มได้ปฏิบัติศาสนกิจ
ณ วัดพุทธนานาชาติ จนถึงวันที่
10
มกราคม
2532
จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย
ส่วนพระถม จำพรรษา ที่วัดฯ นี้นานที่สุด
คือตั้งแต่วันที่
17
กรกฎาคม
2529
จนถึงวันที่
3
กุมภาพันธ์
2532
ในเวลาต่อมา ทางคณะกรรมการวัดพุทธนานาชาติ ได้ดำนินการติดต่อขอพระภิกษุมาจำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจให้ต่อเนื่องกัน
เพราะพระภิกษุที่อยู่เก่าได้ย้ายไปปฏิบัติศาสนกิจที่วัดเขมร
เมืองดัลลัส
ในวันที่
2
กุมภาพันธ์
2532
พระประเสริฐ ปญฺญาสาโร
(ภักดี) วัดพุทธวราราม
นครเดนเวอร์
ได้เดินทางมาเยี่ยมญาติโยมและจำวัด
อยู่วัดพุทธนานาชาติ
ประจวบกับเป็นจังหวะที่หลังจากพระประเสริฐมาเป็นอาคันตุกะได้เพียงวันเดียว
พระถมก็เดินทางไปต่างเมืองด้วยกิจส่วนตัวและย้ายไปปฏิบัติศาสนกิจสืบต่อมา และทางคณะกรรมการก็ได้มอบหมายให้พระประเสริฐ
ปญฺญาเสฏฺโฐ
ทำหน้าที่แทนเจ้าอาวาสชั่วคราวไปด้วย
พระประเสริฐ
ก็ได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่เต็มกำลังของท่าน
ท่านได้เสนอให้ทางคณะกรรมการเห็นชอบด้วย
กิจกรรม ของพระพุทธศาสนาทุกประการ
หลังจากนั้นพระประเสริฐ
ได้ติดต่อนิมนต์พระมหาบัญชา
สุทฺธจิตฺโต (เต็มพร้อม)
จากวัดมงคลรัตนาราม
เมือง
Forth Walton Beach
รัฐฟลอริด้าเพื่อมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดพุทธนานาชาติ
เมืองออสติน รัฐเท็กซัส พระมหาบัญชา
สุทฺธจิตฺโต
เมื่อได้รับคำนิมนต์จากพระประเสริฐแล้ว
ท่านก็มี ความเต็มใจรับจะมาช่วยปฏิบัติศาสนกิจ
ณ
วัดพุทธนานาชาติจึงได้กราบเรียนพระเดชพระคุณพระมงคลเทพโมลี
แห่งวัดมงคลรัตนาราม เบิร์คเลย์
รัฐแคลิฟอร์เนียโดยมีหนังสือเป็นลายลักษณ์
อักษรอย่างเป็นทางการในวันที่
25
มีนาคม
2532
ได้มีการประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการบริหารวัดฯ
พระมหาบัญชา สุทฺธจิตฺโต และพระประเสริฐ
ปญฺญาเสฏโฐ ได้เสนอในที่ประชุม
ให้ทางคณะกรรมการยินยอมพร้อมใจกันในการที่จะนำวัด
เข้าเป็นสมาชิกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาในปี
พ.ศ.
2532
ซึ่งคณะกรรมการก็เห็นพร้อมต้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ พระประเสริฐ
ได้อยู่ช่วยปฏิบัติ ศาสนกิจมาเป็นเวลา
3
เดือน ก็ได้ย้ายออกเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ
ที่วัดเขมร ณ เมืองบอสตัน ใกล้นครนิวยอร์ค
เข้าสังกัดเป็นสมาชิกสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
หลังจากนั้นทางสมัชชาฯ
ได้ส่งหนังสือมาให้ไปประชุมสมัชชาที่วัดพรหมคุณาราม
เมืองฟีนิกซ์
รัฐอริโซน่า ในวันที่
25-26
พฤษภาคม
2532
ทางคณะกรรมการ วัดพุทธนานาชาติ
จึงได้อนุมัติให้พระมหาบัญชา สุทฺธจิตฺโต
ไปประชุมสมัชชาฯ ร่วมด้วยพระประสิทธิ์
โกวิโท
ผู้เป็นพระพี่ชายของพระประเสริฐและเคยมีถิ่นฐานอยุ่ในเมืองออสตินอยู่ก่อนแล้ว
รู้เรื่องเกี่ยวกับ ทางวัดดี
จึงให้เป็นตัวแทนของวัดด้วยอีกหนึ่งท่าน
ยังมีพระดร.ภิกขุวิเวกนันทะ นาคสิริ
ได้ช่วยชี้แจงตอบคำถามให้แก่สมาชิกของสมัชชาฯ
ทราบเรื่องเกี่ยวกับวัดทั้งหมดจนเป็นที่พอใจของสมาชิก
สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาทุกรูปยอมให้วัดพุทธนานาชาติเข้าเป็นสมาชิกของสมัชชาฯในการประชุมครั้งนั้น
การบริหารกิจการของวัดพุทธนานาชาติ
ตามบทบัญญัติของธรรมนูญแห่งวัดฯ กิจการต่าง
ๆของวัดบริหาร โดยคณะกรรมการบริหาร
ชุดหนึ่ง
กรรมการมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกของวัดฯ
และมีวาระในการปฏิบัติงาน
2
ปี
การเลือกตั้งมีทุก
2
ปี กรรมการจำหนึ่งในจำนวนทั้งหมด (พระภิกษุ
2
รูป ฆราวาส
7
คน)
ส่วนตำแหน่งกรรมการฝ่ายสงฆ์เป็นประธานโดยตำแหน่งและพระสงฆ์จำนวน
2
รูป ดำรงตำแหน่งนี้โดยอัตโนมัติ จน
กว่าจะลาออกจากวัด
(ตามบทบัญญัติในธรรมนูญของวัด
พระสงฆ์ที่ อยู่ประจำเป็กรรมการบริหารวัดฯ
โดยตำแหน่ง)
นอกจากนี้วัดฯ
ยังมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอีกชุดหนึ่งซึ่งประกอบด้วยนายก
เหรัญญิก และเลขานุการคณะกรรมการบริหาร
เป็นผู้กำหนดนโยบายสำคัญ
และตัดสินใจเกี่ยวกับกิจการ และกิจกรรมวัด
ในระหว่างการประชุมสามัญ
ซึ่งมีขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของทุก
ๆ เดือนหรือระหว่างการประชุมพิเศษการประชุมนัดสมาชิกทุกคนมีสิทธิ์เข้าร่วมอภิปรายหรือฟังได
้ แต่เฉพาะ กรรมการเท่านั้นมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงการประชุมจะมี
การบันทึกรายงานไว้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
แต่ละปีคณะกรรมการ
จะตั้งงบประมาณรายรับ-รายจ่ายในการดำเนินงานไว้ตลอดทั้งปี
รายจ่าย ที่สำคัญก็มีค่าเช่าที่ ค่าก่อสร้าง
ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
ในปี
2531
วัดได้รับเงิน บริจารวม
กันกับเงินทุนที่ทางวัดหาได้จากการจัดงานเทศกาลต่าง
ๆ ทั้งปีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น
35,876.80
เหรียญ รายจ่ายทั้งสิ้น
38,139.50
เหรียญ คงมีทุนสะสมเหลืออยู่
7,737.30
เหรียญ ส่วนเงินทุนสะสมที่มี
มาก่อนปี
2531
คงมีอยู่จำนวน
10,813.76
เหรียญ ดังนั้น เมื่อสิ้นปี
2531
วัดฯ จึงมีทุนอยู่รวมทั้งสิ้น
18,551.06
เหรียญ
สภาพปัจจุบัน
วัดพุทธนานาชาติตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาด้วยแรงศรัทธาของพุทธนศาสนิกชนทั่วไป
โดยไม่ได้จำกัดเชื้อชาติ
เราจึงมีคำเป็นสโลแกนว่า
Buddhist for all nationalities
โดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นของชนชาติใดชาติหนึ่งแต่วัดเข้าเป็นสมาชิกอยู่ในสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเพื่อการบริหารงานคล่องตัวในการประสานงาน
ในส่วนของพระสงฆ์
ศาลาการเปรียญ
วัดมีลักษณะเป็นห้องโถง ประดิษฐานพระประธาน
เป็นพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาพระสาวก
และพระพุทธรูปสำคัญของวัด
เป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
สามารถจุคนได้ประมาณ
150
กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับปรุงขยายเพื่อรองรับสาธุชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญซึ่งแต่ละครั้งจะมีสาธุชนมาร่วมงานอย่างมากมาย